เหล็กรูปพรรณมีหลายชนิด แต่ละชนิดเหมาะกับงานต่างกัน เรารวบรวมมาให้ดูในที่เดียว เหล็กรูปพรรณคือเหล็กที่ผลิตออกมาให้มีหน้าตัดเป็นรูปร่างต่างๆ พร้อมใช้ทำโครงสร้าง ตัวเอช ตัวไอ รางน้ำ เหล็กฉาก ตัวซี เหล็กกล่อง ทั้งหมดนี้เรียกรวมกันว่าเหล็กรูปพรรณ
แบ่งใหญ่ๆ ได้สองกลุ่มตามวิธีผลิต คือรีดร้อนกับขึ้นรูปเย็น
กลุ่มรีดร้อน
ผลิตโดยรีดเหล็กตอนร้อนจัดให้ออกมาเป็นรูปหน้าตัดเลย เนื้อหนา รับแรงได้มาก ใช้เป็นโครงสร้างหลัก อยู่ภายใต้ มอก. 1227-2558 ซึ่งกำหนดไว้ 5 รูปทรง
| ชื่อที่เรียกกัน | ชื่อภาษาอังกฤษ | งานที่มักใช้ |
|---|---|---|
| เหล็กเอชบีม | H-beam | เสา คานหลัก โครงหลังคาโรงงาน |
| เหล็กไอบีม | I-beam | รางเครน |
| เหล็กรางน้ำ | Channel | โครงหลังคา คาน บันได |
| เหล็กฉาก | Angle | โครงหลังคา เสาส่งไฟฟ้า |
รูปทรงที่ห้าในมาตรฐานคือเหล็กรูปตัวที
กลุ่มขึ้นรูปเย็น
ผลิตโดยเอาเหล็กแผ่นมาพับหรือรีดขึ้นรูปที่อุณหภูมิห้อง เนื้อบางกว่า น้ำหนักเบา อยู่ภายใต้ มอก. 1228-2561 ซึ่งครอบคลุมความหนาตั้งแต่ 1.6 ถึง 6 มม. และเป็นเหล็กที่ไม่ได้เคลือบโลหะ เหล็กตัวซีชุบกัลวาไนซ์จึงอยู่นอกมาตรฐานฉบับนี้
| ชื่อที่เรียกกัน | ชื่อภาษาอังกฤษ |
|---|---|
| เหล็กตัวซี หรือแปซี | Light channel, Lip channel |
| เหล็กฉากพับ | Light angle |
| เหล็กตัวแซด | Z section |
| เหล็กรูปหมวก | Hat section |
ที่เจอบ่อยที่สุดคือเหล็กตัวซี ใช้ทำแปหลังคาและโครงเบา
มาตรฐานแบ่งไว้ละเอียดกว่านี้เป็น 6 แบบ โดยแยกตัวซีและตัวแซดเป็นแบบมีขอบกับไม่มีขอบ แปซีที่ขายทั่วไปคือแบบมีขอบ
เหล็กกล่องกับท่อเหล็กอยู่กลุ่มไหน
ร้านเหล็กมักจัดเหล็กกล่องและท่อเหล็กไว้กับกลุ่มขึ้นรูปเย็น เพราะส่วนใหญ่ผลิตจากเหล็กแผ่นม้วนขึ้นรูปแล้วเชื่อมตะเข็บ แต่ถ้าดูตามมาตรฐาน สองตัวนี้แยกไปอยู่ใน มอก. 107-2566 ว่าด้วยท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป ส่วนท่อที่ใช้ส่งน้ำอยู่ในมาตรฐานอีกฉบับ
ยาวกี่เมตร
เหล็กรูปพรรณที่ขายทั่วไปส่วนใหญ่ยาว 6 เมตร ทั้งรางน้ำ เหล็กฉาก ตัวซี เหล็กกล่อง และท่อ
เหล็กเอชบีมและไอบีมบางร้านมีขายยาวกว่า 6 เมตรด้วย เช่น 9 หรือ 12 เมตร บางร้านมีสต็อกเฉพาะ 6 เมตร ส่วนความยาวอื่นต้องสั่ง ส่วนรูปทรงอื่นถ้าต้องการยาวกว่า 6 เมตร ควรสอบถามร้านก่อน
เวลาออกแบบจึงควรคิดเผื่อเรื่องความยาวไว้ ชิ้นงานที่ยาวเกินความยาวที่มีขายต้องต่อเหล็ก ซึ่งเพิ่มทั้งงานเชื่อมและจุดที่ต้องตรวจสอบ
เอชบีม ไอบีม ไวด์แฟลงก์ ต่างกันยังไง
สามตัวนี้หน้าตาคล้ายกันจนเรียกสลับกันบ่อย
เอชบีม ปีกหนาเท่ากันตลอด ผลิตตาม มอก. บอกขนาดเป็นมิลลิเมตร เช่น H 200 x 100 x 5.5 x 8 ใช้เป็นเสาและคานหลัก
ไอบีม ปีกเรียวลาดเอียง ตรงโคนติดกับเอวจะหนา แล้วบางลงไปทางปลายปีก ที่ความลึกและความกว้างเท่ากัน ไอบีมหนักกว่าเอชบีม มักใช้ทำรางเครน
ไวด์แฟลงก์ หน้าตัดเหมือนเอชบีม ในตลาดไทยมักใช้เรียกเหล็กที่ผลิตตามมาตรฐานอเมริกา ASTM และบอกขนาดเป็นนิ้ว
เกรดของเหล็กรูปพรรณรีดร้อน
มอก. 1227 กำหนดไว้ 7 ชั้นคุณภาพ
| ชั้นคุณภาพ | จุดครากขั้นต่ำ หนาไม่เกิน 16 มม. | ความต้านแรงดึง |
|---|---|---|
| SS400 | 245 MPa | 400 ถึง 510 MPa |
| SS490 | 285 MPa | 490 ถึง 610 MPa |
| SS540 | 400 MPa | 540 MPa ขึ้นไป |
| SM400 | 245 MPa | 400 ถึง 510 MPa |
| SM490 | 325 MPa | 490 ถึง 610 MPa |
| SM520 | 365 MPa | 520 ถึง 640 MPa |
| SM570 | 460 MPa | 570 ถึง 720 MPa |
ถ้าเหล็กหนาเกิน 16 มม. ค่าจุดครากขั้นต่ำของทุกชั้นคุณภาพจะลดลง 10 MPa
สำหรับเหล็กเอชบีม ที่หาซื้อได้ทั่วไปคือ SS400 งานที่ต้องการกำลังสูงจะใช้ชั้นคุณภาพที่สูงขึ้นในตระกูล SM
SS400 กับ SM400 มีจุดครากและความต้านแรงดึงขั้นต่ำเท่ากัน ต่างกันที่ตระกูล SM คุมส่วนผสมเข้มกว่า และมีการทดสอบแรงกระแทกสำหรับเหล็กหนาตั้งแต่ 12 มม. ขึ้นไป มาตรฐานจึงระบุว่าตระกูล SM เป็นชั้นคุณภาพที่เหมาะกับงานเชื่อม
เอาเหล็กรูปพรรณมาม้วนโค้ง
โครงหลังคาโค้งหรือซุ้มทางเดิน ต้องเอาเหล็กรูปพรรณมาม้วนให้ได้รัศมี แสงชัยสตีลรับม้วนไอบีม รางน้ำ เหล็กฉาก แป๊ปดำ และท่อดำ รวมถึงตัดและเชื่อมประกอบตามแบบ ส่งขนาดหน้าตัดและรัศมีที่ต้องการมาให้ดูก่อนได้
ส่งไฟล์แบบขอใบเสนอราคาได้ที่ โทร: 0-2812-6556-9 หรือ + เพิ่มเพื่อน LINE
พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินราคาฟรี!
