บริการตัดเลเซอร์ //
← กลับไปยังรายการบทความ

ตัดเลเซอร์ พลาสม่า หรือ Waterjet — เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานของคุณ

ผู้ออกแบบและฝ่ายจัดซื้อที่ต้องสั่งงานตัดเลเซอร์โลหะ มักเจอคำถามว่าควรใช้เทคโนโลยีตัดแบบไหน เลเซอร์ พลาสม่า หรือ Waterjet เพราะแต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน การเลือกที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้งานเสียทั้งคุณภาพและต้นทุน บทความนี้เปรียบเทียบ 3 เทคโนโลยีตัดโลหะตามแกนสำคัญ พร้อมแนวทางเลือกให้ตรงงาน

หมายเหตุ: บทความนี้เปรียบเทียบเทคโนโลยีตัดต่างชนิด (เลเซอร์ vs พลาสม่า vs Waterjet) ส่วนการเลือกชนิดเลเซอร์ระหว่าง Fiber และ CO2 ดูที่ Fiber Laser vs CO2 Laser

1. ตารางเปรียบเทียบ 3 เทคโนโลยีตัดโลหะ

หัวข้อเลเซอร์พลาสม่าWaterjet
วัสดุที่ตัดได้โลหะ + อโลหะโลหะนำไฟฟ้าเท่านั้นทุกวัสดุ
ความหนาเหล็ก≤ 25 มม.≤ 50 มม.≤ 200 มม.
ความแม่นยำ±0.01–0.03 มม.±0.5–1 มม.±0.1–0.2 มม.
คุณภาพขอบเรียบมากหยาบเรียบ ไม่มี HAZ
ความเร็วเร็วเร็วที่สุดช้า
ต้นทุนต่อชิ้นกลางต่ำสูง

2. เลเซอร์: ความแม่นยำสูง ขอบเรียบ

เลเซอร์ใช้พลังงานแสงเข้มข้นหลอมโลหะที่จุดตัด พร้อมแก๊สช่วยตัดเป่าเศษโลหะออก จุดเด่นคือรอยตัดแคบ (Kerf) ทำให้สูญเสียวัสดุน้อย ความแม่นยำสูงระดับ 0.01 ถึง 0.03 มม. และขอบเรียบเกือบไม่ต้องเจียร

เหมาะกับ: งานสแตนเลสและอลูมิเนียมที่ต้องการ finish สูง ชิ้นส่วนเครื่องจักรที่ต้องการ tolerance แม่นยำ งานป้ายและงานตกแต่งที่มีรายละเอียดซับซ้อน

ข้อจำกัด: ตัดเหล็กได้สูงสุดประมาณ 25 มม. ไม่เหมาะกับเหล็กหนามาก รายละเอียดดูที่ ตัดเลเซอร์ได้หนาแค่ไหน สำหรับงานสแตนเลส/อลูมิเนียมที่ต้องการขอบไม่ไหม้ ดูที่ ตัดเลเซอร์สแตนเลส & อลูมิเนียม

3. พลาสม่า: ตัดเหล็กหนาเร็ว ราคาประหยัด

พลาสม่าใช้แก๊สอุณหภูมิสูงในสภาพไอออน (Plasma) ผ่านอาร์คไฟฟ้าตัดโลหะนำไฟฟ้า ตัดเหล็กหนาได้เร็วและต้นทุนต่ำกว่าเลเซอร์ในความหนาเดียวกัน

เหมาะกับ: งานเหล็กโครงสร้างหนาที่ไม่ต้องการ finish สูง งานชั่วคราว งานต้นทุนต่ำ

ข้อจำกัด: ตัดได้เฉพาะโลหะนำไฟฟ้า ขอบหยาบและมีโซน HAZ กว้าง ต้องเจียรเพิ่มหากต้องการ finish ดี และความแม่นยำต่ำกว่าเลเซอร์มาก ไม่เหมาะกับสแตนเลสที่ต้องการคงคุณสมบัติกันสนิม

4. Waterjet: ตัดได้ทุกวัสดุ ไม่มี HAZ

Waterjet ใช้น้ำแรงดันสูงผสมผงทรายเข้มข้นตัดวัสดุ ไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสม จึงไม่มี Heat-Affected Zone ขอบไม่เปลี่ยนสี ตัดได้ทั้งโลหะและอโลหะ รวมถึงวัสดุพิเศษ เช่น หิน กระจก คาร์บอนไฟเบอร์

เหมาะกับ: งานวัสดุที่ห้ามได้รับความร้อน งานวัสดุพิเศษที่เลเซอร์/พลาสม่าทำไม่ได้ งานหนามากเกิน 50 มม.

ข้อจำกัด: ตัดช้ากว่าเลเซอร์และพลาสม่ามาก ต้นทุนต่อชิ้นสูงเพราะใช้น้ำแรงดันสูงและผงทราย ทำให้ราคารวมแพงกว่าวิธีอื่น

5. งานหนาเกินเลเซอร์ทำอย่างไร

หากงานเหล็กหนากว่า 25 มม. ที่เลเซอร์ทำไม่ได้ พลาสม่าและ Waterjet ไม่ใช่ทางเลือกเดียว Sangchai มีบริการ CNC Gas Cutting ที่ใช้เทคโนโลยีตัดเปลวไฟแก๊ส รองรับเหล็กหนาถึง 160 มม. และสแตนเลสถึง 50 มม. ที่ราคาประหยัดและมีคุณภาพขอบยอมรับได้สำหรับงานโครงสร้างหนัก

6. สรุป: เลือกเทคโนโลยีตัดอย่างไร

ลักษณะงานเทคโนโลยีที่เหมาะ
งาน finish สูง ความแม่นยำสูงเลเซอร์
เหล็กโครงสร้างหนา ต้องการเร็วและถูกพลาสม่า หรือ CNC Gas
วัสดุไม่นำไฟฟ้าหรือห้ามความร้อนWaterjet
เหล็กหนา 25–160 มม.CNC Gas (Sangchai มีให้บริการ)

หากไม่แน่ใจว่างานของคุณเหมาะกับเทคโนโลยีใด การปรึกษาผู้ผลิตที่มีบริการหลายแบบในที่เดียวจะช่วยให้ได้คำแนะนำที่เป็นกลาง

7. บริการตัดของ Sangchai Steel

Sangchai Steel ดำเนินกิจการแปรรูปโลหะมาตั้งแต่ปี 2003 ให้บริการตัดทั้ง เลเซอร์ (เหล็ก ≤25 มม. สแตนเลส ≤20 มม. ความแม่นยำ 0.01–0.03 มม.) และ CNC Gas Cutting (เหล็ก ≤160 มม. สแตนเลส ≤50 มม.) ในที่เดียว พร้อมบริการตัดพับ ม้วน เชื่อม และประกอบชิ้นงานครบวงจร รับงานตั้งแต่ชิ้นเดียวจนถึงการผลิตจำนวนมาก โรงงานสามพราน นครปฐม รับงานทั่วประเทศ

ไม่แน่ใจว่างานของคุณเหมาะกับเทคโนโลยีใด?
ส่งไฟล์แบบให้ทีมประเมินได้ที่ โทร: 0-2812-6556-9 หรือ + เพิ่มเพื่อน LINE
พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินราคาฟรี!