ความรู้เรื่องวัสดุ //
← กลับไปยังรายการบทความ

ท่อเหล็กและเหล็กกล่องคาดสี เหลือง น้ำเงิน แดง บอกอะไร สีไหนหนาสุด

เวลาเลือกซื้อท่อเหล็กหรือเหล็กกล่อง จะเห็นว่าที่ปลายเหล็กมีสีคาดหรือพ่นไว้ เราขอเล่าให้ฟังว่าสีเหล่านี้บอกอะไรได้บ้าง และควรดูอะไรประกอบเวลาเลือกซื้อ

สรุปสั้นๆ ท่อเหล็กอาบสังกะสีหรือแป๊บประปามีลำดับสีที่ร้านใช้ค่อนข้างตรงกัน ในสามชั้นที่เจอบ่อย เหลืองบางสุด น้ำเงินกลาง แดงหนาสุด แต่ความหนาจริงของแต่ละสียังต่างกันได้ตามผู้ผลิต ส่วนเหล็กกล่องไม่มีมาตรฐานกลาง สีขึ้นกับแต่ละร้าน จึงควรดูความหนาเป็นตัวเลขเสมอ

ท่อเหล็กคาดเหลือง คาดน้ำเงิน คาดแดง

ท่อเหล็กอาบสังกะสี หรือที่เรียกกันว่าแป๊บประปา ถ้ามองที่ปลายท่อจะเห็นแถบสีคาดไว้ สีนี้บอกความหนาของผนังท่อ ท่อขนาดเดียวกันแต่คาดคนละสี ผนังหนาไม่เท่ากัน น้ำหนักไม่เท่ากัน ราคาก็ไม่เท่ากัน

จำง่ายๆ แบบที่ร้านเหล็กใช้กัน ในสามชั้นที่เจอบ่อย เหลืองบางสุด น้ำเงินกลาง แดงหนาสุด

สามสี สามชั้นความหนา

สีที่คาดชื่อเรียกความหนา
เหลืองBS-Sบาง
น้ำเงินBS-Mปานกลาง
แดงBS-Hหนา

ชื่อ BS มาจากมาตรฐานอังกฤษ BS 1387 ซึ่งแบ่งท่อเป็นสามชั้นคือ Light Medium และ Heavy มาตรฐานฉบับนี้ถูกแทนที่ด้วย EN 10255 ไปแล้ว แต่วงการยังเรียกชื่อ BS-S BS-M BS-H กันตามเดิม ท่อที่ขายในไทยโดยทั่วไปยาวท่อนละ 6 เมตร

ในตลาดยังมีท่อคาดเขียวด้วย แต่ความหมายของสีเขียวแต่ละแหล่งพูดไม่ตรงกัน ถ้าเจอท่อคาดเขียวให้ถามความหนาเป็นตัวเลข

ตารางความหนาผนังท่อ

หน่วยเป็นมิลลิเมตร

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางนอกระบุบาง Sกลาง Mหนา H
1/2 นิ้ว21.32.02.63.2
3/4 นิ้ว26.92.32.63.2
1 นิ้ว33.72.63.24.0
1 1/4 นิ้ว42.42.63.24.0
1 1/2 นิ้ว48.32.93.24.0
2 นิ้ว60.32.93.64.5
2 1/2 นิ้ว76.13.23.64.5
3 นิ้ว88.93.24.05.0
4 นิ้ว114.33.64.55.4
6 นิ้ว165.1ไม่มี5.05.4

ตามมาตรฐาน ท่อชั้นกลางขนาด 2 นิ้วมีผนังหนา 3.6 มิล ส่วนชั้นบางขนาดเดียวกันหนา 2.9 มิล

เส้นผ่านศูนย์กลางนอกในตารางเป็นค่าระบุ ของจริงคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย ตารางของแต่ละร้านจึงอาจเขียนตัวเลขต่างกันเล็กน้อย ส่วนความหนา มาตรฐานก็ยอมให้บางกว่าค่าระบุได้เล็กน้อยเช่นกัน

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับคาดเหลือง

ในตัวมาตรฐาน BS 1387 ชั้นบางใช้แถบสีน้ำตาล ไม่ใช่สีเหลือง ส่วนน้ำเงินกับแดงตรงกับมาตรฐาน การใช้สีเหลืองแทนชั้นบางเป็นธรรมเนียมของตลาดบ้านเรา

ถ้างานต้องการความหนาตามมาตรฐานจริง แนะนำให้ดูข้อความที่พิมพ์บนตัวท่อ ว่ามีเครื่องหมาย มอก. และระบุความหนาผนังเท่าไหร่ แล้ววัดความหนาจริงประกอบ

มาตรฐานไทยของท่อเหล็กคือฉบับไหน

มาตรฐานเดิมของท่อเหล็กอาบสังกะสีคือ มอก. 277 ปัจจุบันถูกยกเลิกแล้ว มาตรฐานที่ใช้อยู่คือ มอก. 276-2562 ซึ่งครอบคลุมทั้งท่อดำและท่ออาบสังกะสีในฉบับเดียว ร้านหลายแห่งยังอ้างเลข 277 อยู่ ถ้าเจอก็ให้รู้ว่าเป็นเลขเก่า

เรื่องแรงดัน 50 บาร์

ตัวเลขแรงดัน 50 บาร์ที่เห็นในข้อมูลสินค้า คือแรงดันที่โรงงานใช้ทดสอบรอยรั่วก่อนส่งของ ไม่ใช่แรงดันใช้งาน และมาตรฐานยังยอมให้โรงงานใช้วิธีทดสอบด้วยกระแสไหลวนแทนการอัดน้ำได้ด้วย อย่าเอาตัวเลขนี้ไปใช้ออกแบบระบบ

ท่อคาดแดงต๊าปเกลียวได้ไหม

ได้ ตัวมาตรฐานมีท่อชั้นหนาแบบปลายเกลียวอยู่ด้วย

เหล็กกล่องคาดสีอะไรหนาสุด

สีที่พ่นปลายเหล็กกล่องไม่มีมาตรฐานกลาง คำตอบจึงขึ้นกับแต่ละร้าน ร้านไหนจะพ่นสีอะไรกับความหนาเท่าไหร่ก็ได้ สีเดียวกันแต่ละร้านอาจหนาต่างกันได้มาก

เรื่องนี้ต่างจากท่อประปาเหล็ก ซึ่งลำดับสีเหลือง น้ำเงิน แดง ใช้ค่อนข้างตรงกัน

ท่อกลมกัลวาไนซ์สำหรับงานโครงสร้างที่ขายตามร้านวัสดุก็ใช้สีของร้านเหมือนเหล็กกล่อง ไม่ได้ใช้ลำดับสีของท่อประปา

ร้านพ่นสีไว้ทำอะไร

เหล็กกล่องขนาดเดียวกันมีหลายความหนา วางรวมกันในโกดังแล้วดูด้วยตาแยกไม่ออก ร้านจึงพ่นสีที่ปลายไว้ให้พนักงานหยิบถูก เป็นระบบจัดสต็อกของแต่ละร้านเอง

ผู้จำหน่ายเหล็กรายใหญ่รายหนึ่งเขียนไว้ว่าการพ่นสีไม่มีหลักเกณฑ์หรือข้อกำหนดใดๆ แต่ละร้านพ่นอย่างไรก็ได้ และเตือนว่าการซื้อโดยดูสีอย่างเดียวอาจได้ของผิด

มาตรฐานของเหล็กกล่องกำหนดอะไร

มาตรฐานของเหล็กกล่องคือ มอก. 107-2566 ว่าด้วยท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป ฉบับนี้ใช้แทน มอก. 107-2561 ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2567 ร้านที่ยังอ้างเลข 2533 หรือ 2561 คืออ้างฉบับเก่า

สิ่งที่มาตรฐานให้แสดงบนตัวเหล็กคือข้อความพิมพ์ ได้แก่ชื่อผู้ผลิตหรือเครื่องหมายการค้า รหัสรุ่นหรือวันที่ผลิต ชั้นคุณภาพ กรรมวิธีการทำเช่น ERW ขนาด ความหนาผนัง และความยาว ฉบับปัจจุบันไม่มีข้อไหนกำหนดสีบอกความหนา

ชั้นคุณภาพที่เจอบ่อยของเหล็กกล่องคือ STKR400 ซึ่งมีความต้านแรงดึงขั้นต่ำ 400 MPa และจุดครากขั้นต่ำ 245 MPa มาตรฐานยังมีชั้น STKR290 ซึ่งรับแรงได้ต่ำกว่ามาก และชั้น STKR490 ซึ่งสูงกว่า เวลาอ่านข้อความบนเหล็กจึงควรดูชั้นคุณภาพด้วย

เหล็กกล่องที่ขายทั่วไปยาวเส้นละ 6 เมตร มาตรฐานไม่ได้บังคับความยาว ให้เป็นไปตามที่ผู้ผลิตระบุ

เหล็กเต็มกับเหล็กเบา

สองคำนี้ได้ยินคู่กับเรื่องสีบ่อย แต่เป็นคนละเรื่อง

เหล็กเต็ม คือเหล็กที่ขนาดและน้ำหนักได้ตาม มอก. คำว่าเต็มไม่ได้แปลว่าตรงเป๊ะ เพราะมาตรฐานยอมให้ความหนาผนังและน้ำหนักต่อเมตรคลาดเคลื่อนได้บวกลบ 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับท่อมีตะเข็บ ซึ่งเป็นเหล็กกล่องเกือบทั้งหมดในตลาด เหล็กกล่องหนา 2.3 มิลที่วัดได้ 2.1 มิลจึงยังผ่านเกณฑ์

เหล็กเบา หรือเหล็กไม่เต็ม คือเหล็กที่ขนาด ความหนา หรือน้ำหนักต่ำกว่าที่ มอก. กำหนด ราคาต่อเส้นถูกกว่า แต่รับแรงได้น้อยกว่าที่คำนวณไว้ตามขนาดระบุ

ดูยังไงว่าได้ความหนาตามที่สั่ง

มีสี่วิธี ใช้ร่วมกันได้

  • อ่านข้อความที่พิมพ์บนตัวเหล็ก ควรมียี่ห้อ เครื่องหมาย มอก. ชั้นคุณภาพ ขนาด และความหนา ถ้าไม่มีข้อความอะไรเลยให้ระวัง ยกเว้นเหล็กกล่องจัตุรัสขนาดเล็กกว่า 20 x 20 มิล หรือเหล็กกล่องแบนเล็กกว่า 40 x 20 มิล ซึ่งมาตรฐานยอมให้ติดป้ายที่มัดแทนได้
  • วัดความหนาผนังด้วยเวอร์เนียหรือไมโครมิเตอร์ ให้วัดลึกเข้ามาจากปลายตัด เพราะตรงปลายมักมีครีบจากการตัด
  • ชั่งน้ำหนักแล้วเทียบกับตาราง สำหรับเหล็กกล่อง ถ้าเบากว่าตารางเกินราว 10 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ มอก. 107
  • ขอใบเซอร์จากร้าน

วิธีสั่งให้ได้ของตรงตามต้องการ

เวลาสั่งเหล็กกล่อง ให้ระบุเป็นตัวเลขครบสามอย่าง คือขนาดหน้าตัด ความหนาเป็นมิล และชั้นคุณภาพ เช่น 50 x 50 หนา 2.3 มิล STKR400 และบอกด้วยว่าต้องการเหล็กเต็ม มอก. หรือไม่

การสั่งโดยบอกสี เช่นคาดเขียวหรือคาดน้ำเงิน เหมาะกับร้านประจำที่ใช้รหัสสีเดียวกันอยู่แล้วเท่านั้น

งานม้วนและงานเชื่อมประกอบ

เอาท่อมาม้วนโค้ง

งานราวกันตก โครงหลังคาโค้ง หรือโครงป้าย มักต้องเอาท่อมาม้วนให้โค้งตามรัศมีที่ต้องการ ความหนาผนังมีผลตรงนี้มาก ท่อผนังบางเวลาม้วนรัศมีแคบมีโอกาสยุบหรือย่นด้านใน งานม้วนจึงควรเลือกชั้นความหนาให้เหมาะกับรัศมี

แสงชัยสตีลรับม้วนแป๊ปดำ ท่อดำ ไอบีม รางน้ำ และเหล็กฉาก ถ้ามีงานม้วนท่อ ส่งขนาดท่อ ความหนา และรัศมีที่ต้องการมาให้ดูก่อนได้

งานเชื่อมประกอบจากเหล็กกล่อง

โครงเหล็กที่ทำจากเหล็กกล่อง ความหนาผนังมีผลกับงานเชื่อมโดยตรง ผนังบางเชื่อมแล้วทะลุง่าย ผนังหนาต้องใช้กระแสสูงขึ้น ถ้าเหล็กที่ได้มาบางกว่าที่ระบุในแบบ ทั้งการเชื่อมและความแข็งแรงของโครงจะคลาดจากที่คิดไว้

แสงชัยสตีลรับตัดเหล็กและเชื่อมประกอบชิ้นงานตามแบบ ส่งแบบพร้อมระบุขนาดและความหนาของเหล็กมาได้เลย

สนใจตัดและเชื่อมประกอบเหล็กตามแบบ?
ส่งไฟล์แบบขอใบเสนอราคาได้ที่ โทร: 0-2812-6556-9 หรือ + เพิ่มเพื่อน LINE
พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินราคาฟรี!