ความรู้เรื่องวัสดุ //
← กลับไปยังรายการบทความ

สแตนเลส 201 304 316 ต่างกันยังไง เลือกเกรดไหนดี

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเลือกสแตนเลสเกรดไหน ลองมาทำความรู้จักกับสแตนเลส 3 เกรดที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ 201 304 และ 316 สามเกรดนี้หน้าตาคล้ายกัน แต่ราคาและความทนสนิมต่างกัน

สรุปสั้นๆ งานในร่มที่แห้งใช้ 201 ได้ งานทั่วไปที่เจอน้ำเจอฝนใช้ 304 งานใกล้ทะเลหรือเจอสารเคมีใช้ 316

สรุปสามเกรดในตารางเดียว

หัวข้อ201304316
ราคาถูกที่สุดกลางแพงที่สุด
ทนสนิมน้อยที่สุดดีดีที่สุด
จุดเด่นประหยัด เนื้อแข็งใช้ได้กว้าง หาง่ายทนเกลือและสารเคมีได้ดีกว่า 304
งานที่เหมาะในร่ม ที่แห้งงานทั่วไป งานอาหารริมทะเล โรงงานเคมี

ต่างกันที่ส่วนผสม

ของแพงในสแตนเลสคือนิกเกิล เกรด 201 ลดนิกเกิลลงแล้วใส่แมงกานีสกับไนโตรเจนเข้าไปแทน เกรดกลุ่มนี้พัฒนาขึ้นเพื่อประหยัดนิกเกิล ส่วน 316 ไปอีกทาง คือเพิ่มนิกเกิลและเติมโมลิบดีนัมเข้าไป

ธาตุ201304316
โครเมียม16 ถึง 18%17.5 ถึง 19.5%16 ถึง 18%
นิกเกิล3.5 ถึง 5.5%8 ถึง 10.5%10 ถึง 14%
แมงกานีส5.5 ถึง 7.5%ไม่เกิน 2%ไม่เกิน 2%
โมลิบดีนัมไม่ได้กำหนดไม่ได้กำหนด2 ถึง 3%
ไนโตรเจน สูงสุด0.25%0.10%0.10%
คาร์บอน สูงสุด0.15%0.07%0.08%

ตัวเลขนี้เป็นค่าตามมาตรฐานอเมริกา ASTM A240 ฉบับ 09a ฉบับใหม่กว่านี้อาจมีการปรับค่า ส่วนฉบับเก่ากว่านั้นและเอกสารของผู้ขายหลายรายยังระบุ 304 เป็นโครเมียม 18 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และคาร์บอนไม่เกิน 0.08 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงกับเกรด SUS304 ตามมาตรฐานญี่ปุ่น JIS

ของที่ขายในไทยมักอ้างมาตรฐาน JIS ซึ่งตัวเลขบางค่าต่างจาก ASTM เช่นเกรด L ของ JIS กำหนดนิกเกิลสูงกว่าของ ASTM ค่าจริงของแต่ละล็อตดูได้จากใบเซอร์

โมลิบดีนัมใน 316 คือตัวที่ช่วยให้ทนการกัดกร่อนแบบเป็นจุดเป็นรูได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเวลาเจอคลอไรด์ ซึ่งก็คือเกลือนั่นเอง

ถ้าดูตามช่วงมาตรฐาน 316 มีโครเมียมน้อยกว่า 304 นิดหน่อย ที่ทนการกัดกร่อนได้ดีกว่าเป็นเพราะโมลิบดีนัมเป็นหลัก

ทนสนิมต่างกันแค่ไหน

201

201 ไม่ใช่ของปลอม เป็นสแตนเลสเกรดหนึ่งที่มีมาตรฐานรองรับ แค่ต้องใช้ให้ถูกที่ ถ้าอยู่ในที่แห้ง ในอาคาร ใช้ได้สบาย แต่ถ้าโดนฝน โดนความชื้นประจำ หรืออยู่ใกล้ทะเล จะเริ่มมีคราบสนิมขึ้นเร็วกว่า 304

304

เป็นเกรดที่ใช้กันกว้างที่สุด ทนน้ำ ทนฝน ทนความชื้นทั่วไปได้ดี จุดอ่อนคือเกลือ 304 ไม่แนะนำสำหรับงานใกล้ทะเล สมาคมสแตนเลสของออสเตรเลียแนะนำให้ใช้ 316 หรือเกรดที่ทนการกัดกร่อนเทียบเท่า สำหรับงานที่อยู่ใกล้ชายทะเล เพื่อเลี่ยงคราบสนิมผิว คำแนะนำนี้เขียนสำหรับสภาพอากาศออสเตรเลีย แต่ใช้เป็นแนวทางได้ 304 มีคนใช้ใกล้ทะเลได้ผลอยู่บ้าง แต่มักมีคราบสนิมผิวให้เห็น การล้างน้ำจืดสม่ำเสมอและผิวที่ขัดเรียบช่วยลดคราบได้

316

ถึงจะเรียกกันว่าเกรดมารีน แต่ 316 ก็ยังขึ้นสนิมได้ ถ้าเจอน้ำเค็มอุ่นๆ นานๆ หรือมีซอกที่เกลือไปค้างสะสม จะเป็นรูเป็นจุดได้เหมือนกัน และถ้าเจอคลอไรด์ที่อุณหภูมิเกินราว 50 ถึง 60 องศาเซลเซียส ยังเสี่ยงแตกร้าวจากการกัดกร่อนร่วมกับแรงเค้นด้วย งานที่แช่น้ำทะเลตลอดเวลาเขามักขยับไปใช้เกรดที่สูงกว่านี้อีก

เรื่องความแข็งแรง

ค่าขั้นต่ำตามมาตรฐาน ASTM A240 สำหรับแผ่นที่ผ่านการอบอ่อนเป็นแบบนี้ ของจริงมักแข็งแรงกว่าค่าขั้นต่ำ

เกรดจุดครากขั้นต่ำแรงดึงขั้นต่ำ
201 ชั้น 201-1260 MPa515 MPa
304205 MPa515 MPa
316205 MPa515 MPa
304L และ 316L170 MPa485 MPa

จากตารางมีสองเรื่องที่น่าสังเกต

เรื่องแรก 304 กับ 316 มีค่าขั้นต่ำเท่ากัน เหตุผลที่ควรเลือก 316 จึงเป็นเรื่องทนการกัดกร่อน ไม่ใช่เรื่องความแข็งแรง

เรื่องที่สอง 201 มีจุดครากสูงที่สุดในสามเกรด เนื้อจึงแข็งกว่า เวลาพับหรือขึ้นรูปต้องใช้แรงมากกว่าและดีดกลับมากกว่า

ตัว L ที่ต่อท้ายคืออะไร

304L กับ 316L คือรุ่นคาร์บอนต่ำ คาร์บอนไม่เกิน 0.03 เปอร์เซ็นต์ ข้อดีคือเวลาเชื่อมแล้วบริเวณรอบรอยเชื่อมไม่ค่อยเสียความทนสนิม ชิ้นงานที่ต้องเชื่อมจึงนิยมใช้ตัว L ค่าความแข็งแรงขั้นต่ำของตัว L จะต่ำกว่านิดหน่อยตามตารางด้านบน

ส่วน 201 อยู่อีกฝั่งหนึ่ง มีคาร์บอนได้สูงถึง 0.15 เปอร์เซ็นต์ บริเวณข้างรอยเชื่อมจึงเสียความทนสนิมได้ง่ายกว่า 304 งานเชื่อมจาก 201 จึงเหมาะกับที่แห้งในอาคารเป็นหลัก

ใช้แม่เหล็กแยกเกรดได้ไหม

ไม่ได้ ทั้งสามเกรดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ปกติแม่เหล็กไม่ดูดทั้งหมด แม่เหล็กแยกได้แค่สแตนเลสกลุ่มนี้ออกจากเกรด 430 ซึ่งแม่เหล็กดูดติดแน่น

304 ถ้าผ่านการพับหรือรีดเย็นมาเยอะก็ดูดแม่เหล็กได้ 316 ดูดแม่เหล็กน้อยกว่ามากแม้ผ่านการขึ้นรูปมาแล้ว และทุกเกรดตรงรอยเชื่อมอาจดูดได้เล็กน้อย

การที่แม่เหล็กดูดได้เล็กน้อยจึงไม่ได้แปลว่าเป็นของปลอม และใช้ตัดสินความทนสนิมไม่ได้

วิธีเช็คเกรดที่ใช้ได้จริง

  • ขอใบเซอร์จากผู้ขาย แล้วเทียบเลข Heat Number กับที่ระบุไว้บนวัสดุ
  • ใช้น้ำยาหยดทดสอบ มีสองแบบ แบบทดสอบแมงกานีสใช้แยก 201 ออกจาก 304 แบบทดสอบโมลิบดีนัมใช้แยก 304 ออกจาก 316 ให้อ่านผลตามตารางสีของน้ำยายี่ห้อนั้น เพราะแต่ละยี่ห้อสีไม่เหมือนกัน
  • ยิงเครื่อง XRF อ่านค่าโครเมียม นิกเกิล แมงกานีส และโมลิบดีนัมได้โดยตรง ชัดที่สุดในสามวิธีนี้

มีข้อจำกัดที่ควรรู้ น้ำยาทดสอบโมลิบดีนัมบอกได้แค่ว่ามีโมลิบดีนัม ไม่ได้ยืนยันว่าเป็น 316 เสมอไป และเครื่อง XRF แบบพกพาวัดคาร์บอนไม่ได้ จึงแยก 316 กับ 316L ไม่ได้ ถ้าต้องแยกต้องใช้เครื่องสปาร์คสเปกโตรมิเตอร์

เรื่องราคา

เรียงจากถูกไปแพงคือ 201 304 316 ตามปริมาณนิกเกิลและโมลิบดีนัมที่ใส่ ถ้าจะเทียบราคาแนะนำให้ขอใบเสนอราคาทุกเกรดในวันเดียวกัน

งานแบบไหนใช้เกรดไหน

งานเกรดที่แนะนำ
เฟอร์นิเจอร์ ชั้นวาง งานตกแต่งในอาคาร201 ใช้ได้
งานโครงภายในที่ไม่โดนน้ำ201 ใช้ได้
งานกลางแจ้ง โดนฝน304
เครื่องครัว อุปกรณ์อาหารที่เปียกและล้างบ่อย304
ตู้ไฟ รางเคเบิล ในพื้นที่ทั่วไป304
งานริมทะเล อุปกรณ์เรือ316
ถังและท่อในโรงงานเคมี316 หรือ 316L
งานเชื่อมที่ต้องทนกัดกร่อน304L หรือ 316L ตามสภาพแวดล้อม

ถามว่าใช้ 201 แทน 304 ได้ไหม ถ้าเป็นงานในร่มที่แห้งก็ได้ และประหยัดได้จริง แต่ถ้าสเปคงานระบุไว้ว่า 304 ควรปรึกษาเจ้าของงานก่อนเปลี่ยนเกรด

เวลาเอาไปตัด พับ ม้วน

สแตนเลสทั้งสามเกรดขึ้นรูปและเชื่อมได้ แต่มีนิสัยต่างจากเหล็กดำอยู่สองสามอย่างที่ควรรู้ไว้

  • เวลาพับจะดีดกลับมากกว่าเหล็กดำ และยิ่งขึ้นรูปเนื้อยิ่งแข็ง ช่างจึงต้องพับเผื่อ
  • ตัดเลเซอร์ด้วยแก๊สไนโตรเจนจะได้ขอบสะอาด ไม่มีคราบออกไซด์
  • หลังเชื่อมควรทำความสะอาดรอยเชื่อม เพื่อให้ผิวกลับมาทนสนิมเหมือนเดิม

บอกเกรดมาให้ชัดตั้งแต่ตอนขอราคา เพราะเกรดมีผลทั้งราคาวัสดุและการตั้งเครื่อง ที่แสงชัยสตีลเรารับตัดเลเซอร์สแตนเลสหนาได้ถึง 20 มม. พับได้หนาถึง 10 มม. ยาว 6 เมตร และรับม้วนสแตนเลสด้วย ถ้ายังไม่แน่ใจว่างานของคุณควรใช้เกรดไหน ส่งแบบมาคุยกันก่อนได้

สนใจตัด พับ หรือม้วนสแตนเลส?
ส่งไฟล์แบบขอใบเสนอราคาได้ที่ โทร: 0-2812-6556-9 หรือ + เพิ่มเพื่อน LINE
พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินราคาฟรี!